แปลกใจกันเล็กน้อย หลังจากที่ผมมี exteen มานั้น เริ่มแรกก็ได้เขียนเรื่องสั้นมาออกมาจำนวนสิบกว่า entry หลังจากนั้น ก็เริ่มเขียนบทความ มีรีวิวหนังอยู่หนึ่งเรื่อง แต่ครั้งนี้คงจะได้มีการรีวิวเกี่ยวกับอัลบั้มเพลงเสียแล้ว
 
ผมต้องขออภัย ณ ที่นี้ หากข้อมูลและการวิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่ดีพอ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้รีวิวเกี่ยวกับเพลง ถึงแม้ผมจะเป็นคนที่ฟังเพลง 'เป็น' (เป็น ณ ที่นี้ หมายถึงผู้ที่ฟังเพลงหลากหลาย ไม่จำกัดแนวของเพลง)
ผมก็ยังหวั่นๆเล็กน้อย เพราะอาจจะยากหน่อยเพราะหูของคนเรามันไม่เหมือนกัน และผมก็เคยแต่รีวิวหนังสือซึ่ง ส่วนตัวคิดว่ามันง่ายกว่าเสียอีกด้วยซ้ำ
 
 
The Reminder : ความทรงจำ ณ ที่นี้ มิมีวันเลือนหาย - Feist
 
[ปกหน้าของอัลบั้ม]
 
ต้องทำความเข้าใจว่าสาวแคนาเดี่ยนนาม Leslie Feist ผู้มากความสามารถนี้ เป็นนักร้องสาวสวยที่ค่อนข้างไม่เหมือนใคร อาจจะจำแนกแนวไม่ออก หรืออาจจะพอลาดเลาได้ว่าเป็นแนวอินดี้ร็อคหรืออินดี้ป็อบ  ผมได้รู้จักกับเธอคนนี้เมื่อนานมาแล้ว โดยได้ยินเสียงร้องที่ทอดเสียงจากลำคอได้อย่างทรงพลัง ในเพลง Know How ที่ได้ Feat. กับวงอคูสติคชื่อดังอย่าง King of Convenience เพียงแค่เสียงของเธอก็ทำให้ผมได้พยายามค้นหาเจ้าของเสียงที่มีเสน่ห์เสียงนี้  เธอก็คือ Feist นั่นเอง
 
 
อัลบั้ม The Reminder เป็นอัลบั้มเพลง อัลบั้มที่สามของ Feist โดยอัลบั้มแรก Monarch (1999) ก็ได้ผลตอบรับมาอย่างดี แต่ยังไม่มากเท่ากับอัลบั้มที่สองอย่าง Let it die (2004) ที่ทางนิตยสาร Rolling Stone ได้ให้ดาวไปเลย 4 ดาว ! รวมทั้งคะแนนอีกสี่ดาวครึ่งจาก Allmusic 
 
ส่วนอัลบั้ม The Reminder นั้น ได้รีลีซหรือได้ปลดปล่อยทักษะทางดนตรีผ่านแผ่นซีดีในวันที่ 23 เมษายน ปี 2007 (23 เมษายน 2007 ในแคนาดา สหรัฐในวันที่ 1 พฤษภาคม 2007) ไม่นานนักก็อยู่ในอันดับที่ 16 ของ U.S. Billboard 200 (คือบอร์ดยอดที่ทำรายได้มากที่สุดทั้ง 200 อันดับ 200 อัลบั้ม) และยังได้ทำแผ่นออกมาขายอีกถึง 31,000 แผ่นในสัปดาห์แรก ถึงแม้จะอยู่อันดับ 16 ใน U.S.A แต่ในแคนาดานั้น ได้อยู่ในอันดับ 2 กันเลยทีเดียว (18,000 แผ่น) แต่ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2011 อัลบั้มได้ถูกขายออกไปถึง 729,000 แผ่นในสหรัฐฯ  ยังไม่พอ !  The Reminder ยังเป็นอัลบั้มที่เป็น the best selling ใน iTune Store กันอีกด้วย 
 

การออกทัวร์คอนเสิร์ต Let it die ที่ได้รับผลตอบรับอย่างมาก ที่ออกทัวร์ต่อเนื่องกันถึง 33 เดือนใน 3 ทวีป โดยระหว่างที่ทัวร์คอนเสิร์ต เธอได้คิดคอนเซปต์และแต่งเพลงในอัลบั้ม The Reminder

               

                                                            La Frette Studio

เมื่อการทัวร์คอนเสิร์ตของเธอเสร็จสิ้น เธอก็แวะมาพักผ่อนที่ La Frette คฤหาสน์ 200 ปี ที่ปารีส ในฝรั่งเศส Feist ยังได้ร่วมรวมเพื่อนร่วมวงอย่าง Julian Brown, Bryden Baird และ Jesse Baird รวมทั้งยังได้เชื้อเชิญ Gonzales, Mocky และ Jamie Lidell ให้มาช่วยเป็น Sound Engineering พวกเขาได้เปลี่ยนห้องกินข้าวและห้องนั่งเล่นด้วยเสียงเพลงจากเปียโนและกีตาร์ พร้อมกับกลองชุด ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับดนตรีได้วางเกลื่อนบนพื้นห้องนั่งเล่น  คงไม่เชื่อกันเลยทีเดียวว่าเธอจะใช้คฤหาสน์แห่งนี้แหละเป็นสตูดิโอ ซึ่งก็มีเพลง 'The Park' ที่ได้อัดเสียงท่ามกลางเสียงนกและเสียงลมอันหนาวเย็น โดยพากันตั้งเครื่องอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทั้งหมดไว้บนระเบียงชั้นบนของคฤหาสน์ เมื่อลองฟัง The Park ก็จะรู้ได้ว่าเพลงนี้คงไม่ได้อัดในสตูดิโอสุดแพง 

                           

 ข้างในคฤหาสน์เต็มไปด้วยเครื่องดนตรี

                       

Feist ขณะอัดเสียงทำเพลงในคฤหาสน์ La Frette                 

 
อัลบั้ม The Reminder ประกอบด้วยแทร็คเพลงทั้งหมด 13 แทร็ค ดังนี้
 
  1. "So Sorry" (Feist, Dominic "Mocky" Salole) – 3:12
  2. "I Feel It All" – 3:39
  3. "My Moon My Man" (Feist, Jason "Gonzales" Charles Beck) – 3:48
  4. "The Park" – 4:34
  5. "The Water" (Feist, Brendan Canning) – 4:46
  6. "Sealion" (Feist, George Bass, Nina Simone) – 3:39
  7. "Past in Present" – 2:54
  8. "The Limit to Your Love" (Feist, Jason "Gonzales" Charles Beck) – 4:21
  9. "1234" (Sally Seltmann, Feist) – 3:03
  10. "Brandy Alexander" (Feist, Ron Sexsmith) – 3:36
  11. "Intuition" – 4:36
  12. "Honey Honey" – 3:27
  13. "How My Heart Behaves" – 4:26
 
(กีตาร์แสนอันจะเป็นเอกลักษณ์ Guild Starfire สีเชอร์รี่ เข้ากับจริงๆกับแอมป์รุ่นเก๋าอย่าง Vox)

บางทีเพลงพวกนี้อาจจะไม่ค่อยเข้าหูใครเป็นส่วนใหญ่ เพราะ Feist ไม่ใช่นักร้องดังในสหรัฐอย่าง บริทนี่ สเปียร์, เลดี้ กาก้า, คริสติน่า เพอร์ริ หรือ เคที่ เพอร์รี่  แต่ Feist นั้น เรียกได้ว่าเป็นนักร้องที่มีกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผมแล้วตัดสินได้ว่าความลึกซึ้งและความไพเราะของเพลงของนักร้องกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่มย่อมดีกว่านักร้องชื่อดังไปหลายขุม ในด้านความสามารถในความคงความเอกลักษณ์ ความสามารถในการประพันธ์เพลง ความสามารถในการเล่นดนตรี ซึ่งปัจจุบันคงหาได้ยาก เนื่องจากมีคนที่อยู่เบื้องหลังมากมาย อาจเปรียบได้เหมือนภาพยนต์ที่เข้าชิงรางวัลคานส์ หรือภาพยนต์ในเทศกาล Sundance อย่างไรอย่างนั้น ต่างจากหนัง Hollywood ส่วนใหญ่ที่มักจะมีสูตรสำเร็จในการดำเนินเรื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการจากผู้ชม น้อยนักที่หนัง Hollywood จะมีดีๆสักเรื่อง แต่กลับทำเงินได้ไม่มาก แต่ไม่ถึงกับต่ำกว่าทุนที่ทุ่มไป  
 
The Reminder นั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มเพลงที่แทนความเป็นตัวตนของ Feist ทั้งเนื้อหาของเพลง ท่วงทำนอง และการทอดเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าจะคุ้นๆหูกันบ้างหน่อยน่าจะเป็นเพลง "1 2 3 4" เพลงที่ติดชาร์ทอันดับที่ 40 Billboard Hot 100 อันดับ 10 U.S. Pop 100 อันดับ 8 U.S. Hot เป็นเพลงที่ Feist และ Sally Seltmann (นักร้องชาวออสเตรเลีย วง New Buffalo) ได้ร่วมงานกันทำเพลงนี้.  1 2 3 4 เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองง่ายๆ ถ้าเป็นมือกีตาร์คงเล่นได้ไม่ยากนัก  จริงๆแล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่ Sally ได้แต่งเอาไว้หลังจากที่ได้สนใจในเพลงที่ Feist ได้แต่งและร้องขึ้น Sally ได้ให้คำสัมภาษณ์ว่า
 
"ฉันได้ฟังอัลบั้ม Let it die ของ Feist  มันทำให้ฉันคิดถึงเพลงเล็กๆของฉันที่เกี่ยวกับการสูญเสียความรักที่หวังว่าจะได้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่คุณเคยมีมาก่อน มันฟังดูถ้าจะใช้เพลงของ Feist ใน New Buffolo ดังนั้นจึงเก็บเป็นความคิดเอาไว้ก่อน ในช่วงปลายปี 2005 ฉันได้ทัวร์คอนเสิร์ตข้ามแคนาดาพร้อมกับสนับสนุน Feist และวง Broken Social Scene หลังจากที่พบกับ Feist ฉันเริ่มสงสัยว่าเธอจะยอม cover เพลง 1 2 3 4 ไหม ?  แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะไปบอกเธอ พอถึงโชว์สุดท้ายของวง Broken Social Scene ฉันได้รวบรวมความกล้าเพื่อที่จะบอกเธอว่า ฉันได้เขียนเพลงๆหนึ่ง เพลงที่ฉันคิดว่าเธออาจจะชอบ เราเข้าไปในรถบัสที่ทัวร์คอนเสิร์ต และฉันก็ได้อัดเสียงในเวอร์ชั่นง่ายๆในแล็บท็อปของเธอด้วยกีตาร์และเสียงร้อง สุดท้ายก็สร้างประหลาดใจให้แก่ฉันตรงที่ว่าเธอรักมัน"
 
 
Sally Seltman
 

"oh, teenage hopes
arrive at your door
left you with nothing" - 1 2 3 4
 
 
หลังจากได้รับการตอบรับจากการออกอัลบั้ม The Reminder Fesit ก็เลยได้ออกคอนเสิร์ต The Reminder เป็นครั้งแรก โดยมีคอนเซปในการเพิ่มสีสันให้แก่เวทีคอนเสิร์ตในลักษณะเดียวกับหน้าปก-หลังอัลบั้ม และใช้อุปกรณ์ในการเพิ่มสีสันบนจอโปรเจ็คเตอร์หลังเวที เช่น ทรายสี  เพชร  กระดาษตัด รวมทั้งศิลปะในการวาดภาพบนทราย (ได้ฉายบนจอโปรเจ็ตเตอร์ หลังเวที) Feist ได้พยายามหารือในการทำปกอัลบั้ม และดีไซน์ในการออกแบบรูปแบบของแพ็ตเกจให้ดูเข้ากับเนื้อหาของเพลงที่ได้แต่งขึ้น 
 
Feist-The_Reminder-Trasera.jpg (1181×929)
ปกหลัง
 
 ตอนแรกระหว่างการเดินทางทัวร์ Let it die Feist ก็ได้คิดคอนเซปอัลบั้มนี้เป็นเพลงเนื้อหาเกี่ยวกับอดีตและการสูญเสียความรักไป แม้จะสูญเสียไปก็ตามก็ยังคงความผูกผัน ยังเป็นความทรงจำเล็กๆ ความรักยังเป็นสิ่งที่ไว้เตือนความจำในบางครา เช่นนี้เอง ก็ทำให้ Sally ประทับใจในเพลง เพราะ Feist ก็ได้นำแนวเดิมจากอัลบั้มเก่าของเธอ Let it die (2004) 
 
TRACK's LYRICS
 
1.So Sorry
 
"I'm sorry
Two words I always think
After you've gone
When I realize I was acting all wrong" - So Sorry
 
เป็นเพลงค่อนข้างสบายๆ เสียงกีตาร์เป็นจังหวะ ถึงแม้เนื้อหาจะเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างสลดกับสิ่งที่ทำไปแต่ทำนองของเพลงก็ไม่ได้ทำเอาถึงกับเศร้า สิ่งที่สำคัญเมื่อขึ้นชื่อว่า The Reminder คงจะหนีไม่พ้นกับการสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำไปในอดีต คอยนั่งโทษตัวเองทุกๆวัน หวาดกลัวอารมณ์ การเป็นทาสของแรงกระตุ้นภายในจิต และพยายาม แลต้องการที่จะเอาทุกสิ่งนี้ออกไปอย่างไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป
 
"We don't need to say goodbye
We don't need to fight and cry
Oh we, we could hold each other tight tonight" - So Sorry

 
 
 
2.I Feel It All
 
"I feel it all I