มาพบกับผมอีกครั้งในเรื่องราวของประวัติศาสตร์น่ารู้  เอนทรี่นี้ถือเป็นเอนทรี่ที่สองต่อจาก 'เรื่องของ โปรตุเกส ให้คุณรู้อีกหนึ่งสาระ' โดยเอนทรี่นี้ข้อมูลจะเข้มข้นกว่าเดิม
 
จริงๆแล้วผมว่าจะเขียนเรื่องเล่าตอนที่ผมไปหาตาทวดชาวโปรตุเกสนะครับ แต่นึกไปนึกมา ใครเขาจะอยากรู้เรื่องของเรา  แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ตัดสินใจเอามาลงในเอนทรี่นี้ด้วย 
 
 
1.กว่าจะมาเป็นชาวโปรตุเกส
 
 

 
 
(แผนที่ของคาบสมุทรไอบีเรีย)
 
ชนกลุ่มแรกที่เข้ามำตั้งรกรากในดินแดน คาบสมุทรไอบีเรีย

1. ชนกลุ่มเชื้อสำยของมนุษย์ในยุคหินใหม่
 
 

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าชนกลุ่มนี้เดินทางมาตั้งรกรากในดินแดนคาบสมุทรไอบีเรีย ประมาณ 3,000 ถึง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล เชื่อกันว่ามีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่เอเชียน้อย มรดกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอารยธรรมยุคหินใหม่ที่ยังคงเห็นได้อยู่ในปัจจุบันซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสเปนและเขตอัลการ์ฟ คือ ที่ฝังศพหิน

2. พวกฟินีเซียน (Phoenician)

                                        
 
 
เดินทางมาถึงพื้นที่บริเวณนี้ ประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล มีชื่อเสียงในเรื่องการค้าขาย และการเป็นนักสำรวจ
 
3. พวกไอบีเรียน (Iberian)
 
                                           
 
 
เชื่อกันว่าได้มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณหมู่บ้านเอโบร (Ebro) ในประเทศสเปนตั้งแต่สมัยยุคโลหะ แต่หลักฐานที่มีการจารึกไว้ถึงชนกลุ่มไอบีเรียนในดินแดนประเทศโปรตุเกสในปัจจุบัน สามารถยืนยันการตั้งรกรากของพวกไอบีเรียนได้เพียง 600 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่เข้ามาตั้งรกรากหลังพวกฟินีเซียน อย่างไรก็ตามชื่อของดินแดนคาบสมุทรแห่งนี้ได้ตั้งตามชื่อของพวกไอบีเรียนนี้เอง
 
4. พวกพ่อค้ากรีก (Greek)

                                              
 
 
ได้เดินทางเข้ามาในดินแดนบริเวณนี้ ประมาณ 700 ปีก่อนคริสตกาล
 
5. พวชาวเซลต์ หรือ เคลต์ (Celts)
 
                               
 
 
เป็นชนกลุ่มที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในยุโรปกลาง ได้เข้ามาตั้งรกรากอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย ประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล พวกเซลต์มีข้อได้เปรียบมากกว่าชนชาติอื่นๆ ที่เข้ามาตั้งรกรากก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีฝีมือด้านช่างเหล็ก ซึ่งในสมัยนั้นเหล็กเป็นโลหะที่มีความสำคัญมาก โดยไม่ได้ใช้สำหรับเป็นแค่เพียงเครื่องประดับหรืออาวุธ แต่ยังใช้ผลิตเป็นเครื่องมือทางการเกษตรเพื่อใช้ในการเพาะปลูกด้วย
 
6. พวกคาร์ธาจีเนียน หรือ คาร์เธจ (Carthaginian)
 
                                         
 
 
สืบเชื้อสายมาจากพวกฟินีเซียน ทำการค้าขายเป็นหลัก
 
7. พวกชนกลุ่ม เซลติเบเรียน (Celtiberian)
 
                               
 
 
ชนกลุ่มนี้เป็นลูกผสมระหว่างชาวเซลต์และชาวไอบีเรียน มีถิ่นฐานอยู่บริเวณที่เรียกว่า ลูสิตาเนีย (Lusitania) ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไตย์ฌูและแม่น้ำโดรู ทำให้ชาวโรมันที่เข้ามาในสมัยต่อมาเรียกชนกลุ่มนี้อีกชื่อหนึ่งว่า ชาวลูซิตาเนียน (Lusitanian) ด้วยความกล้าหาญและมีความเข้มแข็ง ทำให้พวกลูซิตาเนียน ได้รับการยกย่องว่า เป็นชนกลุ่มที่มีความเข้มแข็งที่สุดในชนชาติไอบีเรียน
 
8. ชาวโรมัน
 
                 
 
 
เข้ามารุกรานพื้นที่บริเวณคาบสมุทรไอบีเรียนเมื่อ 219 ปีก่อนคริสตกาล และได้ครอบครองดินแดนบริเวณนี้ถึง 700 ปี ระหว่างที่ชาวโรมันอาศัยอยู่นั้น ได้ก่อตั้งเมือง Olisipo (เมืองลิสบอนในปัจจุบัน), Bracara (เมืองบราก้าในปัจจุบัน), Scalabis (เมืองซังตาแร็ง ในปัจจุบัน) โดยอิทธิพลจากชาวโรมันที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน คือ ถนน สะพาน และสะพานส่งน้ำแบบโรมัน เป็นต้น ที่สำคัญภาษาละตินซึ่งเป็นภาษาที่ชาวโรมันใช้ ได้กลายมาเป็นรากภาษาของภาษาโปรตุเกสในปัจจุบัน
 
9. ชาววิสิกอธ (Visigoth)
 
                             
 
 
สืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าเยอรมันตะวันออก ซึ่งเข้ามาในดินแดนแถบนี้ ในปีคริสตศักราช 416 โดยมีชัยชนะเหนือพวกโรมันและได้ครอบครองพื้นที่อยู่เป็นระยะเวลา 300 ปี และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการกำหนดกฎหมายครอบครองที่ดินชาวพื้นเมือง ซึ่งนำไปสู่การแบ่งชนชั้นในสังคมบนพื้นฐานของความมั่งคั่ง
 
10. พวกแขกมัวร์ (Moors)
 
              
 
 
เป็นพวกแขกอาหรับ มีถิ่นฐานอยู่บริเวณทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ได้เดินทางมาถึงคาบสมุทรไอบีเรียน ในปีคริสตศักราช 711 และได้ครอบครองดินแดนนี้อยู่ถึง 500 ปี ก่อนจะถูกขับไล่ออกไปโดยพวกคริสตศาสนิกชน โดยวิธีการที่เรียกว่า Reconquista (การพิชิตดินแดนคืนของคริสตจักร) อย่างไรก็ตาม อารยธรรมอันรุ่งเรืองของพวกแขกมัวร์ ที่มีอิทธิพลต่อประเทศโปรตุเกส และประเทศสเปน และยังคงเหลือไว้ให้เห็นอยู่ในปัจจุบันมีอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บ้านสไตล์แขกมัวร์ ที่ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง และมีปล่องไฟทรงกลม มีให้เห็นอย่างแพร่หลายบริเวณเขตอัลการ์ฟ ศิลปะการทำกระเบื้อง และเขียนลายกระเบื้อง ซึ่งรู้จักกันในนามของกระเบื้อง Azulejo และอิทธิพลทางด้านภาษา ที่ปัจจุบันยังคงพบคำศัพท์ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับ เป็นต้น
 
 
 
 
 
พราะฉะนั้นกว่าจะมาเป็นชาวโปรตุเกส หน้าตาอย่างที่เห็นอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านผู้ครองดินแดนไปแล้วกี่ยุค  เพราะชาวโปรตุเกสนั้นไม่ได้มีเชื้อชาติที่แน่นอนเหมือนชาวเยอรมันหรือชาวอังกฤษ แต่มีการผสมปนเปมามากกว่า 10 เผ่าพันธุ์จากดินแดนต่างๆ 
 
 
 
การก่อตั้งอาณาจักรโปรตุเกสและราชวงศ์
 

 
  หลังจากขับไล่พวกแขกมัวร์ออกไปจากดินแดนคาบสมุทรไอบีเรียได้สำเร็จ โปรตุเกสก็ได้สร้างชาติและก่อต่อราชวงศ์ในศตวรรษที่ 12 โดยมีกษัตริย์พระองค์แรก คือ พระเจ้าอัลฟงซู เองริกึช (Dom Afonso Henriques) โดยเมืองหลวงของประเทศในตอนนั้นเป็นเมืองกิมารายช์ (Guimarães) อีกทั้งเมืองอัลการ์ฟเป็นเมืองสุดท้ายที่ยึดคืนมาได้จากพวกแขกมัวร์โดยพระเจ้าอัลฟงซูที่ 3
 
 
ช่วงระหว่างศตวรรษที่ 15 - 16 เป็นยุคทองของประเทศโปรตุเกส เพราะมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านการทหาร การค้าขาย การเดินเรือ รวมทั้งการแสวงหาอาณานิคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินเรือ ซึ่งโปรตุเกสประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากความได้เปรียบทางด้านที่ตั้ง ภูมิศาสตร์ เทคโนโลยี ความก้าวหน้า และความชำนาญด้านการเดินเรือ โปรตุเกสค้นพบเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ เป็นยุคแห่งการค้นพบ โดยบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนการเดินเรือออกเดินทางสำรวจ คือ เจ้าชายเองริกึ Henrique หรือ Henry the Navigator พระโอรสในกษัตริย์จูเอาว์ที่ 1 (João I) และพระนางฟิลิปา แห่ง ลองกัชตรึ (Filipa de Lencastre) โดยพระองค์ได้ริเริ่มความคิดในการออกสำรวจดินแดนทางทะเลบริเวณแหลมโบฌาดอร์ (Cabo de Bojador) บนชายฝั่งแอตแลนติกของทวีปแอฟริกา และได้เข้ายึดครองเมือง เซวตา (Ceuta) ของประเทศโมร็อกโก และได้ก่อตั้งหมู่บ้านการเดินเรือขึ้น ณ เมือง ซากรึช (Sagres) ในเขตอัลการ์ฟ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบที่สำคัญในระยะเวลาต่อมา อาทิ
 
ปี ค.ศ. 1419 ค้นพบหมู่เกาะมาไดย์รา (Madeira)
 
หมู่เกาะมาไดย์รา
 
                                  ปี ค.ศ. 1427 ค้นพบหมู่เกาะอะซอรึช (Açores)