ตอนแรกตัวผมเองก็นั่งนึงขำกับตัวเองกับชื่อ Entry นี้ กำลังสงสัยว่าคนที่จะเข้ามาอ่านจะเข้ามาด้วยความรู้อยากเห็นหรืออะไรกันแน่ ? แต่นึกลึกๆแล้วส่วนใหญ่คงเป็นผู้หญิงเข้ามาดูเพราะคงคิดว่า Entry นี้คงเขียนเกียวกับความร้งความรักระหว่างหนุ่มสาวหรือไม่ก็มุมมองทางเพศ ........แต่เปล่าเลยครับ :D  Entry นี้จะเล่าเรื่องถึงผู้หญิงที่ผมค่อนข้างจะเรียกว่าเป็นเพศที่สุดยอดพอสมควร (ไม่ใช่เรื่องเนื้อนมไข่หรอกนะครับ 55555)
 
                                http://www.thesecularparent.com/wp-content/uploads/2009/04/adam-and-eve-12.jpg?w=228
 
          หลายคนคงแปลกใจว่าทำไมผมถึงอยากเขียนเอนทรี่แบบนี้ เพราะผมเริ่มเบี่ยงเบนไปเพศที่สองรึเปล่า ? เปล่าเลย ผมมีแฟนแล้วครับ (ตั้งใจบอกเพื่อการันตีความเป็นชาย 5555)  จุดเริ่มต้นจองเอนทรี่นี้เริ่มสะกิดใจตอนที่ผมไปที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเมื่อนานมาแล้ว หลังจากทานมื้อเที่ยงมาเรียบร้อยแล้ว กำลังรอคุณป้าอยู่ใกล้ๆประตูทางออกไปที่จอดรถ  สักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตามหลังชายคนหนึ่งเข้าไปในห้าง แต่ดันไม่เปิดประตูค้างไว้ให้ผู้หญิงผ่านเข้าไป  ผมได้บังเอิญเห็นพอดี เลยรีบไปเปิดประตูให้เขา.....ไม่นานนักผมก็ได้ยินคำที่วิเศษสำหรับผมคือคำว่า 'ขอบคุณ'  ที่วิเศษเพราะว่าตั้งแต่ผมเกิดมา ผมได้ช่วยผู้หญิงมาหลายคนแต่ไม่เคยได้ยินคำว่า 'ขอบคุณ' สักครั้ง ถึงได้ยินก็ 'แผ่วเบา'  แต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้นึกอยากจะเขียนอะไร
 
        แต่ก็มาที่สังคมของผมเองรวมถึงสิ่งที่เคยสังเกตมา คือ ผมค่อนข้างชอบคุยกับผู้หญิงเพราะบางทีมันก็ได้สาระมากกว่า แต่มีเพื่อนผู้ชายไว้กวนพระบา* (ขออภัยด้วยครับ 5555) อีกอย่างผมเองก็พึ่งมาดูว่า iPod ของผมมีเพลงของศิลปินหญิงมากกว่าชายไปเยอะเลย เพราะฟังแล้วมันเข้าถึงเพลงได้มากกว่า แล้วสุดท้ายเลยก็คือแม่ของผมเองนี่แหละที่ท่านสามารถสอนอะไรเราได้มากมาย
 
          แต่ในยุคนี้ค่อนข้างแย่สำหรับเพศหญิง มีการขมขื่น มีการละเมิดสิทธิ มีการไม่ให้เกียรติความเป็นเพศหญิง ถึงแม้จะมีโครงการหลายโครงการรวมถึงมูลนิธิต่างๆเกี่ยวกับการต่อต้านการละเมิดสิทธิสตรี ไม่เพียงเท่านี้ ปัจจุบันปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สังคมมีมากมายหลากหลายและมักจะเกิดขึ้นกับบุคคลที่อ่อนแอในทางร่างกาย เช่น เด็ก สตรี คนพิการ หรือคนที่ขาดความรู้ เช่น คนยากจน ชนกลุ่มน้อย คนต่างด้าว เป็นต้น ปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อนและมีจำนวนมากทำให้กลไกในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดย ภาครัฐมีไม่เพียงพอ กลุ่มเอกชนที่เล็งเห็นถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและต้องการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมเหล่านั้นจึงได้มีการจัด ตั้งกลไกภาคเอกชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ เพิ่มเติมจากกลไกในภาครัฐ ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบองค์กรเอกชนคือรวมกลุ่มกันแล้วจดทะเบียนรับรองตามกฎหมาย หรืออาจทำในรูปแบบองค์กรภาคประชาสังคมคือรวมตัวกันในลักษณะเป็นอาสาสมัครโดยไม่ได้จดทะเบียนก็ได้
 
         
          หากพูดถึงกลุ่มคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่เป็นประจำกลุ่มหนึ่งคือสตรี เพราะด้วยสภาพทางกายภาพที่อ่อนแอกว่า และทัศนคติของคนบางกลุ่มที่ยังมีการดูถูกผู้หญิง ผู้หญิงจึงถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ง่าย ปัจจุบันจึงมีองค์กรภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากที่จัดตั้งขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิสตรี   ในวันนี้ผมจะยกองค์กรเอกชนที่มีบทบาทเด่นเด่นด้านการส่งเสริมและคุ้ม ครองสิทธิสตรีองค์กรหนึ่งมาให้ได้รู้จัก นั่นคือ "มูลนิธิเพื่อนหญิง" ซึ่งมูลนิธินี้จัดตั้งขึ้นโดยแนวคิดการมองผู้หญิงเป็นผู้ทรงสิทธิในกฎหมาย ด้านต่างๆ เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายแรงงาน เท่าเทียมกับผู้ชาย จึงจำเป็นต้องคุ้มครองและได้รับการปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม ผมแนะนำได้ว่าหากเกิดเหตุปัญหาที่คิดว่าเป็นการละเมิดสิทธิสตรีก็สามารถร้องเรียนปัญหาต่างๆได้ที่
      มูลนิธิเพื่อนหญิง 386/61-62 ซ.รัชดาภิเษก 42 ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 025131001 โทรสาร 025131929 อีเมล์ fow@mozart.inet.co.th และเว็บไซต์ www.friendsofwomen.or.th
 
   
                http://www.webratchaburi.org/_files/news/2010_11_04_225556_7efwvzj9.jpg

 
   กลับมาเรื่องของเพศหญิงกันต่อ หลายคนคงรู้จักอดัมกับอีฟดีใช่ไหมครับ ? เรามาเริ่มมาทำความรู้จักกับการกำเนิดของอีฟ หญิงสาวพรหมจารีย์คนแรกกันเถอะ
 
        เท่าที่ผมเคยอ่านมาก็ได้รู้ว่าตอนที่พระเจ้าทรงสร้าง อดัม ผู้ชายคนแรกขึ้นมาแล้ว ทรงเห็นว่าอดัมยังไม่มีคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสมกับเขา ก็เลยทำให้เขาหลับไป แล้วไปชักกระดูกซี่โครงอันหนึ่งอะไรสักอย่างของเขาออกมา  ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระเจ้าได้ชักออกจากอดัมนั้น พระองค์ได้สร้างให้เป็นเพศหญิง แล้วนำมาให้ชายนั้น อดัมนั้นจึงพูดว่า "...นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา..." แรกเริ่มทั้งผู้ชายและผู้หญิงเปลือยกายกันอยู่ไม่อายกัน เพราะยังมีจิตใจบริสุทธิ์แต่ถ้าเป็นสมัยนี้คงอายกันไปถึงไหนไม่รู้  แต่บางคนคงยังไม่เข้าใจเรื่องที่ว่า 'ทำไมเวลาดูรูปทั้งคู่จะต้องเจองูกับต้นแอปเปิ้ลด้วย ?' คำตอบคือ
 
         พระเจ้าได้ให้ทั้งสองอยู่ในสวนเอเดน แต่ซาตานได้ล่อลวงให้อีฟไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยมาปรากฏในร่างของงู และได้ถามอีฟว่า "จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า อย่ากินผลจากต้นไม้ใด ๆ ในสวนนี้" หญิงนั้นจึงตอบว่า "ผลของต้นไม้ต่าง ๆ ในสวนนี้เรากินได้ ยกเว้นผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าตรัสห้ามว่าอย่ากินหรือถูกต้องเลย มิฉะนั้นจะตาย" งูจึงพูดกับหญิงนั้นว่า "เจ้าจะไม่ตายจริงหรอก เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้น แล้วเจ้าจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือ สำนึกในความดีและความชั่ว" เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าผลไม้นั้นน่ากิน น่าดู และก่อให้เกิดปัญญาอีกด้วย จึงเก็บกินและส่งให้สามีกินด้วย ตาของทั้งสองคนก็สว่างขึ้นและสำนึกได้ว่าตนเปลือยกายอยู่ ด้วยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยการรับประทานผลของต้นแห่งสำนึกในความดีและความชั่ว จึงถูกการพระเจ้าสาปแช่งว่า "เราจะเพิ่มความทุกข์ลำบากขึ้นมากมาย ในเมื่อเจ้ามีครรภ์และคลอดบุตร ถึงกระนั้นเจ้ายังปรารถนาสามีและเขาจะปกครองตัวเจ้า" แล้วจึงทรงขับไล่อาดัมและเอวา ออกจากสวนเอเดนไป 
 
          นึกๆดูแล้วเหมือนตำนานในศาสนานี้จะทำให้ผู้หญิงดูเป็นเจ้าบาปเจ้ากรรมจริงๆ และแถมทำให้ดูโง่เขลาอีกด้วย ทั้งๆที่ผู้หญิงดูเรียบร้อยและมีความรับผิดชอบมากกว่าแต่ไม่สำหรับผู้หญิงทุกๆคน  ผมเคยดูสารคดีตอนหนึ่งเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่กำลังตั้งคำถามกับรายการว่า 'ถ้าหากผู้ชายท้องและคลอดลูกจะสามารถทนความเจ็บปวดได้เหมือนผู้หญิงไหม ?'  แต่ทว่าในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ได้มีเครื่องมือเครื่องหนึ่งที่สามารถจำลองความเจ็บปวดแบบนั้นได้  เลยถึงคราวที่ชายผู้นี้จะได้เป็นหนูทดลองโดยติต่างว่าเหมือนกำลังท้องป่องอยู่จริงๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่คลุมท้องเอาไว้ เมื่อถึงเวลาคลอด เครื่องมือนั้นจะทำให้ร่างกายเหมือนลูกจะคลอดจริงๆ ....ปรากฏว่าชายคนนี้สลบก่อนที่เบ่งเสียอีก และทนความเจ็บปวดนั้นไม่ได้จริงๆ ผมจำได้ว่าเขามีหลักการและเหตุผลมากกว่านี้แต่ผมจำไม่ได้ ต้องขออภัย  แต่จำได้ว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายชนะเรื่องทนความเจ็บปวดและเหมาะสมกับการเป็นมนุษย์ผู้ให้กำเนิดจริงๆ 
 
          ผู้หญิงจริงๆแล้วแข็งแกร่งนะครับ เหมือนท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรแหละครับที่สารมารถปกป้องเมืองถลางจากพวกพม่ารามัญได้ ถ้าเปรียบเทียบผู้หญิงสู้ก็เหมือนเสือกับสิงโตที่ตัวเมียจะล่าเหยื่อ แต่ผู้ชายดันมาเลี้ยงลูก Foot in mouth  แต่ยังไงก็ตามผู้หญิงก็มีชนิดที่หลากหลายครบครันจริงๆ  บางทีก็แข็งแกร่งกว่าที่ผู้ชายคิด หากท่านผู้ชายคนไหนคิดว่าผู้หญิงบางคนยังอ่อนแอในทัศนคติตนอยู่ ยังไงก็ควรให้เกียรติเขาบ้างนะครับ เพราะยังไงเพศผู้ชายก็ควรจะปกป้องผู้หญิงจากอันตรายอยู่แล้ว และผู้หญิงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าจะมี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะครับ รวมถึงผู้ชายเหมือนๆกัน อีกทั้งความอ่อนไหวทั้งเรื่องหน้าตา บุคคลิก รวมถึงมารยาท การประพฤติต้องยกให้ผู้หญิง  เพราะว่าผู้หญิงเท่าที่ผมเห็น แหม่ ต้องดีกว่านักเรียนชายทั้งนั้น ทำงานเรียบร้อย มารยาทงามเสมอ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนอีกนั่นแหละ บางคนแค่เห็นรถก็ไม่อยากพูดต่อแล้ว 55555
 
 
        ถ้าเรื่องให้เกียรติผู้หญิงแบบเป็นสุภาพบุรุษอะไรทำนองนี้ ถ้าเป็นในประเทศบางประเทศในยุโปรอย่างเยอรมัน ก็ค่อนข้างไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่นักที่จะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เพราะที่นั้นเขามีสิทธิเท่าเทียมกันไม่ว่าจะชายหรือหญิงหรือคนชรา  แม่ผมเคยไปที่เยอรมัน และก็ได้เล่าให้ฟังว่ามีผู้ชายคนหนึ่งพยายามลุกขึ้นให้หญิงชรานั่ง แต่ดันโดนตะคอกกลับมาซะงั้น ตอนแรกแม่ก็งงๆ พอภายหลังก็รู้ว่าคนชราในเยอรมันเขาไม่อยากให้ใครคิดว่าตัวเองแก่ไงครับ เลยประมาณว่า 'ฉันยังไหวอยู่ !' เพราะฉะนั้นคนชราส่วนใหญ่ในยุโรปหรือพวกฝร