หลายคนคงรู้จักประเทศนี้กันดี แต่รู้เพียงชื่อเท่านั้นแหละครับ บวกกับได้ยินมาแว่วๆว่าขนมหวานๆอย่างฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ก็ได้รับอิทพลมาจากประเทศโปรตุเกส จริงๆนะครับ

แน่นอนว่าเมื่อใครๆอยากจะรู้เรื่องราวของประเทศนี้ ส่วนใหญ่เมื่อเปิดอ่านหนังสือหรืออะไรก็ตาม มักจะบอกว่าประเทศนี้ตั้งอยู่ที่องศาไหน สภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไร รวมถึงประชากรทั้งหมดกี่คนอะไรประมาณนั้น แหม่ บอกเสียเป็นทางการเลยพาลง่วงนอนระหว่างอ่านไปด้วย ผมเลยจะเก็บข้อมูลและเรื่องราว แล้วนำมาเรียบเรียงให้ท่านอ่านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม จะได้ไม่ง่วงและตื่นเต้นไปกับการอ่าน entry นี้นะครับ
 
1.ชาวโปรตุเกส
                         
 
ถ้าจะพูดถึงเรื่องของชนชาตินี้นะครับ ลักษณะหน้าตาของชาวโปรตุเกส ถ้าเราไปถามคุณปู่อิมเมจกูเกิ้ลให้ค้นหา Portuguese People ก็หาไม่ค่อยจะมีนะครับ หรือถ้ามีก็อาจจะมีน้อยมาก  หลายคนคงรู้เรื่องชนชาติในแถบอเมริกาใต้ที่ส่วนใหญ่เคยเป็นดินแดนอาณานิคมของพวกสเปนทั้งหลาย
 
  เนื่องจากในยุคสมัยนั้นคงรู้จักกันดีในเรื่องของการล่าอาณานิคม ไม่เฉพาะเพียงประเทศสเปนนะครับ ชาวโปรตุเกสฮีโร่ของเราก็มีส่วนร่วมด้วย แต่แบ่งล่าอาณานิคมคนละทิศทางกัน
 
  ก็เคยเป็นที่ถงเถียงกันในยุคสมัยนั้นว่าประเทศไหนจะออกล่าอาณานิคมก่อน เพราะสเปนกับโปรตุเกสเป็นเหมือนพี่น้องกันอย่างไรอย่างนั้น คือถ้าสเปนจาม โปรตุเกสก็เป็นไข้ตามกันไป เลยมีการแบ่งให้ชาวโปรตุเกสล่าอาณานิคมทางทิศตะวันออก ส่วนสเปนไปทิศตะวันตกของโลก บวกกับความต้องการวัตถุดิบเครื่องเทศของชาวโปรตุเกสด้วย ซึ่งจะเล่าอีกเรื่องนี้เอาไว้หัวข้อหน้านะครับ 

นอกเรื่องไปไกลแล้ว ถึงเรื่องชนชาติของชาวโปรตุเกสใช่ไหมครับ ? ชาวโปรตุเกสส่วนใหญ่ก็มีส่วนในแถบอเมริกาใต้โดยเฉพาะกับประเทศบราซิลที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวโปรตุเกสเป็นส่วนใหญ่
 
      
 
(สองภาพบน : เพื่อนชาวโปรตุเกสใน Facebook ของผู้เขียน)
 
ชนชาติเดิมของชาวโปรตุเกสมีไม่แน่ชัดนะครับ ไม่เหมือนชาวเยอรมันที่ชนเผ่าดั้งเดิมคือชาวกอท หรือชาวกอทเยอรมัน เพราะชาวกอทธรรมดาแตกต่างชาวกอทเยอรมัน ('Goth German')  เนื่องจากชาวกอทได้แบ่งออกไปอีกสองชนเผ่าคือ ชาวออสโตรกอท และชาววิสิกอท ซึ่งชาวกอททั้งหมดมีถิ่นที่มาจากเกิตตาแลนด์ (ประเทศสวีเดนในปัจจุบัน) 
 
 
 
  
 
(ภาพแรก : ชาวกอทในสมัยชนชาติต่างๆในยุโรปยังคงก่อตั้งเป็นเผ่า) (ภาพที่สอง : Sara Goller นักวอลเล่ย์ชายหาดหญิงชาวเยอรมัน) (ภาพที่สามและสี่ : ชาวเยอรมัน)

สังเกตว่าชาวกอทเยอรมันจะสามารถดูออกได้ง่ายจากลักษณะที่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นสีบลอนด์อ่อน มีตาสีฟ้า รวมไปถึงคิ้วสีบลอนด์อ่อนจนดูเหมือนคิ้วไม่ค่อยจะมี ผิวสีขาว-ชมพู หรือบางทีอาจจะดูซีดไปเลย ซึ่งจะต่างกับชาวกอททั้งสองเผ่า คือชาวออสโตรกอทมีลักษณะที่ใบหน้าเข้มกว่า รวมถึงชาววิสิกอท
 
ชาวโปรตุเกสมีเชื้อชาติเดิมทั้งหมดคือชาวเซอร์บี, ชาววิสิกอท, ชาวโรมัน, ชาวมัวร์ (มุสลิม) เนื่องจากสมัยก่อนมีสงครามในดินแดนประเทศโปรตุเกสมาก ที่นานที่สุดคือชาวมัวร์ (จักรวรรดิออตโตมัน) แต่ก็สามารถขับไล่ออกไปได้ แต่กว่าจะออกไปได้นั้นก็มีสงครามเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นประชากรบางครัวเรือนก็อาจจะมีเชื้อมัวร์มาบ้าง ลักษณะบางคนของชาวโปรตุเกสที่คล้ายแขกขาวก็มีบ้างเป็นส่วนใหญ่  สำหรับชาววิสิกอทน่าจะเป็นชนชาติที่อยู่นานมากที่สุด คืออยู่ก่อนที่พวกชนชาติอื่นๆจะมาเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหลังๆมาพวกโรมันสมัยนั้นก็ยิ่งใหญ่มากในยุโรป ดินแดนประเทศโปรตุเกสก็อาจถูกครอบครองโดยชาวโรมันบ้าง
 
2.ยุคอาณานิคมกับเมืองไทย
 
             
 
  ระหว่างโปรตุเกสได้ออกเดินทางไปในทางทิศตะวันออกเพื่อออกสำรวจและต่อมาก็ได้ตามหาเครื่องเทศในดินแดนตะวันออก ซึ่งผู้ค้นพบเส้นทางการค้าระหว่างโปรตุเกสกับอินเดียคือ วาสโก ดา กามา ได้อ้อมแหลมกู๊ดโฮปไปในดินแดนเครื่องเทศคือ เมืองมะละกา ในประเทศอินเดีย เพราะฉะนั้นชาวอินเดียในเมืองมะละกาก็มีเชื้อสายโปรตุเกสอยู่บ้าง หลังจากที่อาณานิคมเมืองมะละกา ก็ออกเดินทางต่อจนมาถึงประเทศไทยซึ่งมีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 500 ปี ตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้มีความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ชาวโปรตุเกสเองนั้นก็ไม่พอใจกับสินค้าในเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะสามารถหาได้ในเมืองมะละกาหรือที่อื่นได้มากกว่า ในระหว่าง 500 ปีตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ชาวโปรตุเกสก็มีส่วนช่วยในสงครามรวมถึงตั้งรกรากที่อยู่อาศัยในประเทศไทยในสมัยธนบุรีและสมัยอยุธยา แห่งแรกตั้งแต่สมัยธนบุรีนั้นคือ ชุมชนกุฎีจีน ตั้งอยู่ฝั่งธนฯ ของจังหวัดกรุงเทพฯ อยู่ใกล้วัดกัลยานมิตร ส่วนในสมัยอยุธยาค่อนข้างมีน้อยเพราะได้ชำรุดเสียหายเกือบหมดเหลือเพียงแต่โบสถ์ ดังนั้นในประเทศไทยก็มีชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสเหมือนกัน รวมถึงตัวผมด้วย
 
                
 
(ภาพบน : ผู้เขียนยืนข้างมารดากับชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสที่เหลืออยู่ คนพวกนั้นปู่ของเขาเป็นชาวโปรตุเกสทั้งสิ้น)
 
ในสมัยนั้นครอบครัวชาวโปรตุเกสทุกคนจำเป็นต้องเรียนภาษาไทย เปลี่ยนเป็นนามสกุลไทย ก็อาจจะมีนามสกุล โรดดิกรืช, เปรล่า, เปอร์ไรร่า, ซีเกร่า เปลี่ยนเป็นไทยเป็น ธนูสิงห์บ้าง จุลละมณฑลบ้าง ซึ่งตัวผู้เขียนเองน่าจะได้เป็นนามสกุลเปรล่า แต่เรื่องราวของเชื้อชาติของตัวผู้เขียนนั้นค่อนข้างน่าสับสน
 
กลับมาเรื่องอาณานิคม ที่ประเทศบราซิลนั้นเป็นประเทศเดียวที่เป็นอาณานิคมของประเทศโปรตุเกสนั้นเพราะว่าได้พบดินแดนที่ไม่นึกว่าจะเป็นอเมริกาใต้ แต่ก็ได้มาเพียงหนึ่งประเทศ ที่เหลือเป็นของสเปนหมดเพราะได้ออกเดินทางไปในทิศตะวันตกตามที่ตกลงกันไว้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีชาวเมืองในแถบอเมริกาใต้ได้เชื้อสายของชาวโปรตุเกสกับสเปนอยู่จำนวนมาก
 
 
               
 
 

(ภาพแรก : เพื่อนของผู้เขียนชาวบราซิล) (ภาพที่สอง : เพื่อนอาวุโสชาวอินเดียเชื้อสายโปรตุเกสของผู้เขียน)
(ภาพที่สาม : เพื่อนพี่ชายชาวโปรตุเกสของผู้เขียน) (ภาพที่สี่ : ผู้เขียน [โผล่มาได้ไง ?] )


3.ความจริงเกี่ยวกับประเทศโปรตุเกส

1.) เป็นประเทศที่เรียกว่าจนติดอันดับในยุโรป ช่างน่าเสียดาย
(ข้อมูลจากคุณ Nerine ใน www.pantip.com)

อันดับแรก

สมัยที่ยังมีเมืองขึ้น เมืองขึ้นต้องการเป็นอิสระโปรตุเกสไม่ยอมเลยใช้เงินทองที่มีอยู่ทุ่มกำลังไปต่อสู้ปราบปรามกับพวกเมืองขึ้นที่แข็งกระด้างจนเงินทองหร่อยหรอ แล้วมาเจอกับสงครามโลกเลยไปกันใหญ่ ประเทศเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ผู้นำเผด็จการ โกงกินคอร์รัปชั่น ต่อๆกันมาเป็นทอดๆ เลยไม่ฟื้นตัว

อันดับสอง

ปัจจุบันผู้นำมีวิสัยทัศน์ไม่ค่อยดี ชาร์ตภาษีแพงมากกกกก คนเลยหลีกเลี่ยงเสียภาษีเลยไม่มีเงินในคลัง แถมตอนที่เข้าร่วมกับอียูใหม่ๆได้เครดิตจากการเป็นอียูกู้เงินสบันหั่นแหลกทั้งๆที่รายได้ประชากรไม่ดี จนปัจจุบันไม่มีเงินใช้หนี้คืน ธนาคารงดปล่อยเครดิต คนตกงาน รายได้ต่ำรสนิยมสูง

ประเทศไม่มีผลผลิตอุตสาหกรรมมีแต่สินค้านำเข้า การเกษตรก็ไม่พอเพียงนำเข้า มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแค่ทางตอนใต้ 

อันดับสุดท้าย

คนโปรตุเกสขี้เกียจมาก ไม่ชอบทำงานหนัก พูดเยอะผลงานน้อย เริ่มงาน 9 โมงกินกาแฟตอนเช้าไปแล้ว กว่าจะเริ่มงานจริงๆ 10 โมง เที่ยงกินข้าวเที่ยงอีกแล้ว แถมพัก 2-3 ชั่วโมง กว่าจะกลับมาทำงานกันอีกทีปาเข้าไปบ่ายสามแล้ว 

ถ้าต้องทำงานหรือติดต่อธุระกิจกับคนโปรตุเกส อย่าได้คาดหวังอะไรมาก ทุกสิ่งทุกอย่างช้าไม่ตรงเวลา นัดหนึ่งชั่วโมงตอนเช้าอาจจะมาตอนเย็นหรือมาพรุ่งนี้ ถ้ามาก็สาย หรือไม่มาเลยด้วยซ้ำ ทำธุรกิจกับคนโปรตุเกสอย่าพูดด้วยปากเปล่า ทำอะไรต้องมีทนายกับนักบัญชีไม่งั้นโดนโกง


 
2.) มิตรสัมพันธ์ระหว่างชาวโปรตุเกสกับคนอื่นๆ
 
จริงๆแล้วชาวโปรตุเกสมิตรสัมพันธ์ดี ส่วนที่เหลือก็เหมือนชาวยุโรปทั่วไปคือตรงไปตรงมา จริงใจ และใช้เวลานานกว่าจะเรียกว่าเพื่อนกันจริงๆได้ ตัวผู้เขียนได้อ่านเจอในหนังสือว่าชาวโปรตุเกสก็มีบ้างที่เอาแต่ใจตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยว คุณกำลังเดินเข้าพิพิธภัณฐ์ ซึ่งจะมีผู้ให้ความรู้คอยเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ภายในพิพิธภัณฐ์ กำลังยืนคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ เมื่อคุณเข้าไปข้างใน พวกเขาจะไม่ให้ความสนใจจนกว่าจะคุยให้เสร็จธุระตนเองก่อน ถึงคุณทักไป เขาก็ทักตอบแต่ก็ยังคงเม้าท์ต่ออยู่ดี และที่น่าแปลกใจสำหรับผมคือ เวลาทำอะไรก็ตามเช่น สั่งอาหาร  ถามทาง ฯลฯ บางคนส่วนใหญ่จะชอบถอนหายใจแล้วค่อยตอบคำถามเรา ซึ่งดูตอนแรกๆเหมือนเบื่อหน่ายเราอย่างไรอย่างนั้น แต่หลังจากถอนใจเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะจริงจังกับคำตอบตน และดูเป็นมิตรขึ้นมาทันทีอย่างแปลกพิศดาร ? แต่อาจจะมีบางคนที่ขยันขันแข็งและอ่อนน้อมถ่อมตนบ้างก็มี แต่ที่น่าตลกคือสามีภรรยาวัย 50-60 ปี ก็ยังเหมือนคู่รักทั่วๆไปในโลก มีด่า เถียงกันตามประสา
ที่น่าสนใจคือคุณลง คุณตา คุณปู่ซึ่งมีลักษณะครบไซส์ คือเจ้าเนื้อ ท้วม และผอม จะชอบใส่หมวกไบเล่ย์แล้วก็จะชอบคุยกันกับเพื่อนๆของแกตามประสาในร้านกาแฟหรือที่สาธารณะ
 
3.) สินค้าและอาหาร
 
 ชาวโปรตุเกสชอบของหวานมาก ตัวผู้เขียนเคยทานมาแล้วเมนูหนึ่ง หวานอ๋อยเลยครับ ถือว่าเป็นประเพณีการทานอาหาร เมื่อคุณทานอาหารคาวเสร็จต้องมีของหวานตามมา หรือถ้าคุณสั่งของหวานมา เขาจะไม่ให้เครื่องดื่มอะไรให้คุณเด็ดขาด 
ในประเทศไทยก็มีของหวานมาจากโปรตุเกสคือทองหยิบ ทองหยอด ทองฝอย ฯลฯ ทาร์ตไข่ ขนมหม้อแกง ขนมสังขยา แต่ที่โปรตุเกสทองฝอยจะรสอ่อนกว่าไทยพอควร 
ในประเทศโปรตุเกสมีเบียร์ที่อร่อยไม่แพ้กับประเทศเย