วันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ.2012

 

"สวัสดีค่ะ ข้าพเจ้าชื่อนางสาวมาร์กาเร็ต แวน เดน โบรเกีร์ด ฉันอายุ 16 ปี"

      พ่อของฉันเป็นนักดนตรีและแม่ของฉันก็เป็นเช่นกัน แต่ละคนชอบเล่นดนตรีคนละแนวกัน พ่อฉันจะชอบเล่นเพลงแนวบลูส์ร็อคที่มีกลิ่นอายของร็อคแอนด์โรว์นิดๆ เวลาพ่อออกไปเล่นคอนเสิร์ตในที่ต่างๆ สีหน้าท่าทางของพ่อเหมือนคนเมากัญชาไม่มีผิด ซึ่งต่างจากแม่ ...แม่ชอบเล่นเปียโน แม่เล่าว่าคุณยายเป็นนักดนตรีเปียโน ตอนนั้นแม่ยังเด็กๆอายุเจ็ดแปดปี คุณยายก็สอนให้เล่นเปียโนให้เป็น แม่เลยหลงรักมัน  

 

 

      แม่แต่งเพลงเองได้เมื่ออายุสิบสามปีและแข่งประกวดดนตรีชนะเลิศ จึงเป็นที่โด่งดังและได้เงินทุนทำอัลบั้มของตนเองทั้งๆที่แม่เพิ่งจะอายุสิบห้าเอง  หลังจากอัลบั้มออกวางขายได้ไม่นานก็มีคนจากวงการภาพยนต์ดึงตัวมาร้องเพลงประกอบภาพยนต์ ถือว่าเป็นโชคที่ดีของแม่เลยทีเดียว 

 

 

      ส่วนพ่อน่ะเหรอ ? ....พ่อของฉันเป็นลูกครึ่งไทย-จีนเชื้อสายโปรตุเกส ...เอ๋ ? ...ลืมบอกไปว่าแม่ของฉันเป็นคนอังกฤษ  พ่ออยากให้ใช้นามสกุลและชื่อกลางของแม่ ส่วนพี่ชายของฉัน "โจเซ่ เดอ เปรล่า เพชรโสภณสกุล" ใช้ชื่อกลางและนามสกุลของพ่อแทน 

 

 

      พ่อเป็นคนค่อนข้างเงียบๆ แต่ก็เป็นพ่อที่ดี พ่อเล่าว่าตอนเด็กๆพ่อเป็นคนที่ความคิดมากที่สุดในบรรดาเพื่อนๆ ฉันไม่รู้ว่าพ่อโม้รึเปล่า แต่มันก็ค่อนข้างจะจริง เพราะพ่อสอนอะไรให้มากมาย  เวลาจะคุยกับพ่อก็ต้องพูดภาษาไทย ไม่งั้นก็ภาษาโปรตุเกส แต่กับแม่พูดเป็นภาษาอังกฤษ  ที่ทำแบบนี้เพราะพ่อกับแม่บอกกับฉันว่ามันมีประโยชน์กับตัวเรา  ...ประโยชน์ตรงไหน  ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แหะๆ 

 

 

     พ่อบอกกับฉันว่าพ่อเริ่มจับกีตาร์ครั้งแรกตั้งแต่ยังเด็ก ก็น่าจะประมาณเจ็ดแปดปีเหมือนกัน เพราะที่บ้านของพ่อนั้นมีกีตาร์ของปู่ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มๆ  พออายุสิบสามสิบสี่ความฝันของพ่อในตอนนั้นคือเป็นนักดนตรีในต่างประเทศ    พ่อเล่าอีกว่าตอนที่พ่อยังหนุ่มๆ พ่อไฟแรงมากพยายามแต่งเพลงสากลไปเสนอที่ค่ายเพลงในอเมริกัน แต่ก็ถูกปฏิเสธหลายครั้งหลายครา  แต่ก็มีครั้งนึงที่มีนักแต่งเพลงจากค่ายดังมาเสนอค่ายเพลงให้กับพ่อ  ทางค่ายก็มอบเงินไว้สำหรับทำอัลบั้ม  ทำไปทำมาก็ถูกยกเลิก  เหตุการณ์นี้ตอนแรกๆก็โกรธนะ  จู่ๆมายกเลิกแบบนี้ได้ยังไงกัน  แต่ยังไงก็ตาม มันทำให้พ่อมีแรงฮึด จนสุดท้ายก็ได้ค่ายเพลงค่ายหนึ่งในอเมริกันด้วยความสามารถของพ่อล้วนๆ 

 

 

      มันเป็นความสุขที่ไม่เหมือนกันใครที่มีพ่อแม่เป็นนักดนตรี  ฉันค่อนข้างอิสระ มีงานอดิเรกไว้ทำเยอะแยะ ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่ในอังกฤษ ฉันพอมีชื่อเสียงอยู่บ้างเพราะพ่อแม่ฉันเป็นนักดนตรีนี่แหละ  ครอบครัวของเราปัญหาไม่ค่อยมี รักกันกลมเกลียว โดยเฉพาะพ่อ ...พ่อรักแม่มากที่สุด และหวงฉันมากที่สุดด้วย  พี่ชายฉันก็ไม่แพ้กัน  พ่อบอกว่าตอนเด็กๆพ่ออยากมีน้องสาวตั้งนานแล้ว เลยมาลงเอยที่ลูกสาวแทน  มีบางครั้งเหมือนกันที่พี่ชายของฉัน โจเซ่ค่อยข้างอิจฉา....  คิก คิก คิก (หัวเราะ)  แต่พี่ชายก็เข้าใจดีเพราะพ่อก็รักครอบครัวหมดทุกคน ............

                                  ..................................................................

 

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"  พ่อเดินเปิดประตูเข้ามา

"เดี๋ยวพ่อกับแม่จะออกไปข้างนอกน่ะ จะไปด้วยกันไหม ?"

"ไปค่ะ.... ว่าแต่จะไปที่ไหนกันล่ะคะ ?"  ฉันหันหน้าด้วยรอยยิ้มที่เบิกบาน

"ชู่ว์ ! ... มันเป็นความลับ" พ่อทำหน้าเหมือนมีเลศนัย

"อะไรอีกล่ะ ?.." ฉันถอนใจด้วยรอยยิ้ม 

"แล้วลูกเขียนอะไรอีกละเนีย" พ่อเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินเข้ามาลูบหัวฉันและขยี้หัวฉันด้วยความหมั่นใส้ตามประสาความรักของพ่อลูก แล้วก็เดินออกไปข้างล่างบ้าน

 

                              ........................................................................

 

   สำหรับวันนี้ฉันคิดว่าคงได้เขียนเรื่องราวของครอบครัวได้คร่าวๆแล้ว  เขียนบันทึกนี่สนุกจริงๆ  พ่อเคยบอกฉันอีกนะว่าเขียนหนังสือมันทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ :)

 

                                                                             มาร์กาเร็ต แวน เดน โบรเกีร์ด

                                                                             วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2012

 

                             ..........................................................................

 

    ฉันเดินลงไปข้างล่างหลังจากแต่งตัวพร้อมที่จะออกไปข้างนอก  แต่บรรยากาศภายในบ้านกลับดูโหวงเหวงและเงียบขรึม

"ลูกรีบไปกันเถอะ"  พ่อจูงมือฉันออกไปข้างนอก 

"มะ ...มีอะไรเหรอคะ ?"  

"เถอะน่า"  พ่อรีบดึงแขนฉันแล้วรีบเปิดประตูรถภายในทันที  สถานการณ์ดูลุกลี้ลุกลนทันที ฉันเองก็เผลอตื่นเต้นตามไปด้วย กลัวว่าจะมีใครเป็นอะไร หรือเกิดเหตุการณ์อะไรไม่ดี ฉันเคยพบกับเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ...มันมาพร้อมกับความเศร้าโศก และแล้วตอนนี้เหตุการณ์ก็ได้กลับมาเยือนอีกครั้ง

ขณะอยู่ในรถแม่ของฉันก็บอกฉันด้วยน้ำเสียงที่สะอื้น ฉันสามารถรู้ได้เลยว่าแม่ของฉันอยู่ในอารมณ์แบบไหน ฉันได้แต่นั่งนิ่งงุนงงอยู่เบาะหลังรถ

"ยายเดินตกบันได...โจเซ่บอกว่ากระดูกน่าจะหัก"  พอจบประโยคนี้ฉันก็ตกใจ เริ่มใจคอไม่ดี ฉันรู้สึกว่าเหตุการณ์แบบนั้นได้กลับมาทำร้ายฉันอีกแล้ว

    พ่อขับรถค่อนข้างเร็ว ซึ่งไม่ใช่การขับรถปกติที่พ่อเคยขับมา ทำให้ฉันรู้จริงๆว่านี่ไม่ใช่การโกหก

"ถึงแล้วทุกคน" พ่อพูดเสร็จก็เดินออกไปจากรถด้วยความเร่งรีบ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่กังวลใจ

"ทำไมถึงไม่เรียกรถพยาบาลล่ะคะ ?"  ฉันถามพ่อขณะที่พ่อของฉันกำลังจะบิดลูกกอนประตู

"....มาช่วยยายก่อน" พ่อจับมือฉันไว้แน่นแล้วเปิดประตูเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็ว

 

..................................

     

    ฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ  หลังจากการตกอกตกใจก็มาพร้อมกับรอยยิ้ม  ฉันได้แต่ทำมือปิดปากด้วยความประหลาดใจที่สุด

"Happy Birthday !"  ทุกคนออกมากรูกันที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับเพื่อนสนิทของฉัน 

"มันเกิดอะไรขึ้น ?"  ฉันตกใจที่สุดจนพูดอะไรไม่ออก ฉันเห็นแต่สีหน้าของพ่อที่กำลังหัวเราะอยู่ พ่อพูดกลั้วเสียงหัวเราะว่า "เซอร์ไพรส์ !"  ฉันทำได้อยู่อย่างเดียวนอกจากการตกใจคือเดินไปทุบหยอกพ่อแรงๆ

"พ่อน่ะ